คำตอบของสมการกำลังสองตัวแปรเดียว
ห้องทดลองหาคำตอบของสมการกำลังสอง ax² + bx + c = 0 ปรับค่า a, b, c และเส้น y = m ได้ถึง −99 ถึง 99 ดูคำตอบบนระนาบจำนวนจริงและระนาบจำนวนเชิงซ้อน ดิสคริมิแนนต์ สูตรกำลังสอง การเติมกำลังสองสมบูรณ์ ผลบวกและผลคูณของราก พร้อมโหมดฝึกโจทย์ ออกแบบโจทย์และชุดข้อสอบสุ่ม

คำตอบของสมการกำลังสองคือค่า x ที่ทำให้สมการเป็นจริง
สมการกำลังสองตัวแปรเดียวมีรูปทั่วไป ax² + bx + c = 0 เมื่อ a ≠ 0 คำตอบคือค่า x ที่แทนแล้วทำให้ทั้งสองข้างเท่ากัน บนกราฟของ y = ax² + bx + c คำตอบที่เป็นจำนวนจริงก็คือค่า x ที่พาราโบลาตัดหรือแตะแกน X (ค่า y = 0)
x² − 5x + 6 = 0 มีคำตอบ x = 2 และ x = 3 เพราะ 2² − 5(2) + 6 = 4 − 10 + 6 = 0 และ 3² − 5(3) + 6 = 9 − 15 + 6 = 0 พาราโบลาตัดแกน X ที่ (2, 0) และ (3, 0)

สูตรกำลังสอง
สมการ ax² + bx + c = 0 ทุกสมการหาคำตอบได้จากสูตร x = เครื่องหมาย ± ให้คำตอบสองค่า ค่าหนึ่งใช้ + อีกค่าใช้ − ในห้องทดลอง เปิด “วิธีทำ” เพื่อดูการแทนค่าทีละบรรทัด
2x² − 3x − 2 = 0 ได้ a = 2, b = −3, c = −2 จึง D = (−3)² − 4(2)(−2) = 25 และ x = = ได้ x = 2 หรือ x = −

ดิสคริมิแนนต์บอกชนิดของคำตอบ
ค่า D = b² − 4ac เรียกว่าดิสคริมิแนนต์ ถ้า D > 0 มีคำตอบจริงสองค่าที่ต่างกัน พาราโบลาตัดแกน X สองจุด ถ้า D = 0 มีคำตอบจริงค่าเดียว (ซ้ำ) พาราโบลาแตะแกน X ที่จุดยอด ถ้า D < 0 ไม่มีคำตอบเป็นจำนวนจริง พาราโบลาไม่พบแกน X แต่สมการยังมีคำตอบเป็นจำนวนเชิงซ้อนสองค่า
x² + 2x + 5 = 0 ได้ D = 2² − 4(1)(5) = −16 < 0 จึงไม่มีคำตอบจริง ส่วน x² − 4x + 4 = 0 ได้ D = 16 − 16 = 0 จึงมีคำตอบซ้ำ x = 2

จุดยอด แกนสมมาตร และคำตอบ
จุดยอดของพาราโบลา y = ax² + bx + c อยู่ที่ x = − และแกนสมมาตรคือเส้นตรง x = − คำตอบจริงสองค่าอยู่ห่างจากแกนสมมาตรเท่ากัน ค่าที่อยู่กึ่งกลางของทั้งสองคำตอบจึงเป็น − เสมอ เมื่อ D = 0 คำตอบซ้ำอยู่ที่จุดยอดพอดี
x² − 5x + 6 = 0 มีแกนสมมาตร x = และคำตอบ 2 กับ 3 อยู่ห่างจาก ข้างละ ส่วน x² − 4x + 4 = 0 จุดยอดอยู่ที่ (2, 0) บนแกน X

คำตอบเชิงซ้อนบนระนาบจำนวนเชิงซ้อน
เมื่อ D < 0 คำตอบคือ x = − ± ()i ซึ่งเป็นคู่ของจำนวนเชิงซ้อนสังยุคกัน ในระนาบจำนวนเชิงซ้อน แกนนอนคือส่วนจริง แกนตั้งคือส่วนจินตภาพ คำตอบสองค่าเป็นจุดที่สะท้อนกันข้ามแกนส่วนจริง และอยู่บนเส้นตรง ส่วนจริง = −
x² + 2x + 5 = 0 ได้ x = = −1 ± 2i เป็นจุด (−1, 2) และ (−1, −2) ตรวจ: (−1 + 2i)² + 2(−1 + 2i) + 5 = (−3 − 4i) + (−2 + 4i) + 5 = 0

ผลบวกและผลคูณของราก
ถ้าคำตอบของ ax² + bx + c = 0 คือ x₁ และ x₂ แล้ว x₁ + x₂ = − และ x₁x₂ = ใช้ได้ทั้งคำตอบจริงและเชิงซ้อน จึงสร้างสมการจากรากได้ด้วย x² − (ผลบวก)x + (ผลคูณ) = 0 โดยไม่ต้องแก้สมการ
2x² − 3x − 2 = 0 ได้ x₁ + x₂ = และ x₁x₂ = −1 ตรงกับ 2 + (−) = และ 2 × (−) = −1 ถ้าต้องการสมการที่มีคำตอบ 3 และ −5 ผลบวก = −2 ผลคูณ = −15 ได้ x² + 2x − 15 = 0

สมการ ax² + bx + c = m และการออกข้อสอบ
การหาจุดที่พาราโบลาตัดเส้นระดับ y = m คือการแก้ ax² + bx + (c − m) = 0 ห้องทดลองมีแถบ m และเส้นสีส้มที่ลากขึ้นลงได้ ครูใช้โหมดออกแบบโจทย์เลือกแถวคำตอบเป็นแสดง เว้นว่าง หรือซ่อน แล้วบันทึกเป็นรูป หรือใช้ชุดข้อสอบสุ่มพร้อมเฉลยจากรหัสชุดเดียวกัน
x² − 4x = 5 ย้ายเป็น x² − 4x − 5 = 0 ได้ D = 16 + 20 = 36 และ x = ได้ x = 5 หรือ x = −1 เมื่อตั้ง m = 5 กราฟ y = x² − 4x ตัดเส้น y = 5 ที่ x = −1 และ x = 5


