ม.ปลาย · 40 นาที

ลิมิตของลำดับ

ดูพจน์ aₙ ของลำดับเป็นจุดบนกราฟ แล้วสังเกตว่าเมื่อ n มากขึ้นค่าเข้าใกล้ค่าใด ปรับพารามิเตอร์ของลำดับ 9 แบบ ตั้งความใกล้ ε เพื่อหา N ที่น้อยที่สุด ดูตารางเมื่อ n ใหญ่มาก ขั้นตอนหาลิมิต มีโหมดฝึกโจทย์และโหมดสร้างชุดข้อสอบพร้อมเฉลย

ปกด้านในบทลิมิตของลำดับ มีกราฟจุดสีไล่จากน้ำเงินถึงส้มเข้าใกล้เส้นประ L และครูอยู่ทางซ้ายถือแว่นขยาย

ลำดับลู่เข้าและลำดับลู่ออก

ลำดับคือรายการของจำนวน a₁, a₂, a₃, … เรียงตามลำดับของ n ถ้าเมื่อ n มากขึ้นเรื่อย ๆ ค่า aₙ เข้าใกล้จำนวนจริง L เพียงค่าเดียว เรียกว่าลำดับลู่เข้าสู่ L และเขียนว่า lim aₙ = L ถ้าไม่มีจำนวนจริงเช่นนั้น เรียกว่าลำดับลู่ออก ซึ่งเกิดได้สองแบบ คือค่าเพิ่มหรือลดโดยไม่มีขอบเขต หรือค่าแกว่งไปมาโดยไม่เข้าใกล้ค่าใด

ตัวอย่าง

aₙ = 1/n มีพจน์ 1, 1/2, 1/3, … เข้าใกล้ 0 จึงลู่เข้าสู่ 0 ส่วน aₙ = 2n มีพจน์ 2, 4, 6, … เพิ่มไม่หยุด จึงลู่ออก และ aₙ = (−1)ⁿ สลับระหว่าง −1 กับ 1 จึงลู่ออกเช่นกัน

อินโฟกราฟิกเปรียบเทียบลำดับลู่เข้า aₙ = 1/n ที่เข้าใกล้ 0 ลำดับลู่ออก aₙ = 2n ที่เพิ่มไม่มีขอบเขต และ aₙ = (−1)ⁿ ที่แกว่งระหว่าง −1 กับ 1 พร้อมกราฟจุดของแต่ละแบบ
1/n ลู่เข้าสู่ 0 ส่วน 2n และ (−1)ⁿ ลู่ออกเพราะไม่มีลิมิตเป็นจำนวนจริง

ลิมิตพื้นฐานที่ควรจำ

ลำดับค่าคงตัว aₙ = c ลู่เข้าสู่ c ลำดับ 1/n และ 1/nᵏ เมื่อ k > 0 ลู่เข้าสู่ 0 ลำดับเรขาคณิต rⁿ ลู่เข้าสู่ 0 เมื่อ |r| < 1 ลู่เข้าสู่ 1 เมื่อ r = 1 และลู่ออกเมื่อ r > 1 หรือ r ≤ −1 ส่วนลำดับเชิงเส้น an + b ลู่ออกเมื่อ a ไม่เท่ากับ 0

ตัวอย่าง

(1/2)ⁿ → 0 เพราะ |1/2| < 1 ส่วน 3ⁿ → ∞ เพราะ 3 > 1 และ (−2)ⁿ ค่าสลับเครื่องหมายขณะที่ขนาดเพิ่มขึ้นจึงลู่ออก

ตารางลิมิตพื้นฐาน lim c = c, lim 1/nᵏ = 0 เมื่อ k > 0, an + b ลู่ออกเมื่อ a ≠ 0 และ rⁿ → 0 เมื่อ |r| < 1 พร้อมตัวอย่าง (1/2)ⁿ → 0, 3ⁿ → +∞ และ (−2)ⁿ ลู่ออก
ลิมิตพื้นฐานของค่าคงตัว 1/nᵏ ลำดับเชิงเส้น และ rⁿ ใช้เป็นฐานในการหาลิมิตที่ซับซ้อนขึ้น

สมบัติของลิมิตของลำดับ

ถ้า lim aₙ = A และ lim bₙ = B ซึ่งเป็นจำนวนจริงทั้งคู่ จะได้ lim (aₙ + bₙ) = A + B, lim (aₙ − bₙ) = A − B, lim (c·aₙ) = cA, lim (aₙ·bₙ) = AB และ lim (aₙ / bₙ) = A / B เมื่อ B ไม่เท่ากับ 0 สมบัติเหล่านี้ใช้ได้เมื่อลิมิตแต่ละตัวมีค่าเท่านั้น

ตัวอย่าง

lim (2 + 3/n) = lim 2 + 3·lim (1/n) = 2 + 3·0 = 2

สมบัติของลิมิต 5 ข้อ เมื่อ aₙ → A และ bₙ → B ได้แก่ ผลบวก ผลต่าง ผลคูณค่าคงตัว ผลคูณ และผลหารเมื่อ B ≠ 0 พร้อมตัวอย่าง lim (2 + 3/n) = 2 + 3·0 = 2
ใช้สมบัติผลบวกและผลคูณค่าคงตัวแยก lim (2 + 3/n) ได้เท่ากับ 2

ลำดับตรรกยะ: หารด้วยกำลังสูงสุดของ n

สำหรับลำดับที่เป็นเศษส่วนของพหุนามใน n ให้หารตัวเศษและตัวส่วนด้วย n ยกกำลังสูงสุดที่ปรากฏ พจน์ที่เหลือจะ → 0 เมื่อกำลังของตัวเศษต่ำกว่าตัวส่วน ลิมิตเป็น 0 เมื่อกำลังเท่ากัน ลิมิตเป็นอัตราส่วนของสัมประสิทธิ์นำ และเมื่อกำลังของตัวเศษสูงกว่า ลำดับลู่ออก

ตัวอย่าง

lim (3n + 1)/(2n − 5) หารด้วย n ได้ (3 + 1/n)/(2 − 5/n) → 3/2 ส่วน lim (n² + 1)/(2n + 3) ตัวเศษมีกำลังสูงกว่า จึงลู่ออกไปสู่ ∞

หลักการลำดับตรรกยะ ดีกรีเศษน้อยกว่าได้ 0 ดีกรีเท่ากันได้อัตราส่วนสัมประสิทธิ์นำ ดีกรีเศษมากกว่าลู่ออก พร้อมตัวอย่าง (3n + 1)/(2n − 5) → 3/2 และ (n² + 1)/(2n + 3) → +∞
หารตัวเศษและตัวส่วนด้วย n ทำให้ (3n + 1)/(2n − 5) เข้าใกล้ 3/2

ลำดับที่มีรากที่สอง: คูณด้วยสังยุค

เมื่อเจอผลต่างของรากที่สอง เช่น √(n + a) − √(n + b) ให้คูณทั้งตัวเศษและตัวส่วนด้วยสังยุค (√(n + a) + √(n + b)) ผลต่างของกำลังสองจะทำให้รากหายไป แล้วจึงหารด้วย n หรือใช้ว่าตัวส่วนมากขึ้นไม่มีขอบเขต เพื่อหาลิมิต

ตัวอย่าง

lim (√(n² + 4n) − n) = lim 4n / (√(n² + 4n) + n) หารด้วย n ได้ 4 / (√(1 + 4/n) + 1) → 4/2 = 2

ขั้นตอนคูณด้วยสังยุคหาลิมิต √(n² + 4n) − n ได้ 4n/(√(n² + 4n) + n) แล้วหารด้วย n ได้ 4/(√(1 + 4/n) + 1) → 4/2 = 2
คูณด้วยสังยุคทำให้รากที่สองหายไป แล้วลิมิตของ √(n² + 4n) − n เท่ากับ 2

ทฤษฎีบทบีบ

ถ้า bₙ ≤ aₙ ≤ cₙ สำหรับ n ที่มากพอ และ lim bₙ = lim cₙ = L แล้ว lim aₙ = L ด้วย ใช้บ่อยกับพจน์ที่มี sin n, cos n หรือ (−1)ⁿ ซึ่งค่าอยู่ระหว่าง −1 กับ 1 เมื่อหารด้วย n จะถูกบีบให้เข้าหา 0

ตัวอย่าง

เพราะ −1 ≤ sin n ≤ 1 จึง −1/n ≤ sin n / n ≤ 1/n ทั้งสองข้าง → 0 ดังนั้น lim (sin n)/n = 0

ทฤษฎีบทบีบ ถ้า bₙ ≤ aₙ ≤ cₙ และ bₙ, cₙ → L แล้ว aₙ → L พร้อมตัวอย่าง −1/n ≤ sin n / n ≤ 1/n และกราฟจุด sin n / n ที่ถูกบีบระหว่างเส้นโค้ง 1/n กับ −1/n เข้าหา 0
1/n และ −1/n เข้าใกล้ 0 จึงบีบให้ (sin n)/n มีลิมิตเป็น 0

นิยาม ε–N: ใกล้แค่ไหนและเริ่มตั้งแต่พจน์ใด

lim aₙ = L หมายความว่า สำหรับทุกค่า ε > 0 ที่เล็กเท่าใดก็ได้ จะมีจำนวนเต็ม N ที่ทำให้ |aₙ − L| < ε ทุกพจน์ที่ n ≥ N กล่าวคือตั้งแต่พจน์ที่ N เป็นต้นไป ทุกพจน์อยู่ในแถบกว้าง 2ε รอบเส้น y = L ยิ่งเลือก ε เล็ก N ก็ยิ่งต้องใหญ่ขึ้น

ตัวอย่าง

สำหรับ aₙ = 1/n และ ε = 0.01 ต้องมี 1/n < 0.01 หรือ n > 100 ดังนั้น N = 101 เป็นค่าน้อยที่สุด

นิยาม ε–N ว่า |aₙ − L| < ε สำหรับทุก n ≥ N พร้อมภาพแถบกว้าง 2ε รอบเส้น L และตัวอย่าง aₙ = 1/n, ε = 0.01 ได้ n > 100 จึง N ที่น้อยที่สุดคือ 101
สำหรับ 1/n และ ε = 0.01 ทุกพจน์ตั้งแต่ n = 101 อยู่ในแถบรอบเส้น y = 0

วิธีใช้ห้องทดลอง

โหมดสำรวจเลือกลำดับได้ 9 แบบ พิมพ์หรือเลื่อนค่าพารามิเตอร์ เลือกพจน์ n ด้วยการคลิกที่กราฟหรือกดลูกศรซ้ายขวา ตั้งค่า ε เพื่อดูแถบและค่า N ที่น้อยที่สุด และดูตารางค่าเมื่อ n ใหญ่มาก โหมดฝึกโจทย์มี 4 ระดับ ถามลิมิต การลู่เข้าลู่ออก ค่าของพจน์ และ N จากค่า ε โหมดชุดข้อสอบให้ครูเลือกจำนวนข้อ ระดับ และเลขชุด แล้วคัดลอกหรือดาวน์โหลดพร้อมเฉลย

ตัวอย่าง

ลองเลือก "ลิมิตแบบ e" ตั้ง a = 1, b = 1 แล้วเพิ่ม nmax เป็น 200 ดูค่า aₙ ค่อย ๆ เข้าใกล้ e ≈ 2.7183 จากนั้นตั้ง ε = 0.01 เพื่อดูว่า N ต้องมากเท่าใด

ห้องทดลองลิมิตของลำดับ

ดูพจน์ aₙ เข้าใกล้ค่าหนึ่งเมื่อ n มากขึ้น และหา N จาก ε
−5510152025−4−224naₙL = 1N = 5n = 5, aₙ = 0.8aₙ = 1 + (−1)ⁿ / nlim aₙ = 1 · ลู่เข้า · ε = 0.2, N = 5

คลิกที่กราฟเพื่อเลือกพจน์ · ← → เลื่อน n · ลากเพื่อเลื่อนกราฟ · ล้อเมาส์เพื่อซูม

ลองคิดด้วยตัวเอง

เช็กความเข้าใจ

lim (3n + 1)/(2n − 5) เมื่อ n → ∞ มีค่าเท่าใด
← กลับไปเลือกบทเรียน